อุบัติเหตุตู้ควบคุมไฟฟ้าลัดวงจรและระเบิดรุนแรงภายในโรงงานอุตสาหกรรม มักไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใดโดยไม่มีสาเหตุ แต่เป็นผลลัพธ์มาจากการสะสมความผิดปกติเชิงกลและไฟฟ้ามาเป็นเวลานาน ความร้อนที่สูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤตจะเข้าไปทำลายโครงสร้างฉนวนไฟฟ้าของอุปกรณ์ทีละน้อย จนกระทั่งเกิดการอาร์กและระเบิดในที่สุด การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและการกำหนดกลุ่มบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ต้องได้รับการตรวจเช็คด้วยกล้องอินฟราเรดเป็นประจำทุกเดือน จึงเป็นมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่ช่วยรักษาชีวิตของบุคลากรและทรัพย์สินของสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3 สัญญาณเตือนอันตรายที่บ่งบอกว่าตู้ควบคุมกำลังเข้าขั้นวิกฤต
ก่อนที่ตู้ไฟจะเกิดการลัดวงจรและระเบิดเสียหาย มักจะมีสิ่งผิดปกติแผ่ออกมาให้ทีมวิศวกรหรือผู้ปฏิบัติงานสามารถสังเกตเห็นได้ผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ
เสียงครางและเสียงอาร์กผิดปกติ
ระบบไฟฟ้าที่ทำงานตามปกติจะมีเสียงฮัมต่ำ ๆ ในระดับที่สม่ำเสมอ แต่หากเริ่มได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะค้าง หรือเสียงครางฮัมที่ดังผิดปกติจากภายในตู้ควบคุม นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีการอาร์กของกระแสไฟฟ้าช็อตข้ามเฟส หรือมีอุปกรณ์ภายในที่ยึดติดไม่แน่นหนาจนเกิดแรงสั่นสะเทือนเชิงกลสูง
กลิ่นไหม้และความร้อนแผ่ออกมาภายนอก
กลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกหรือน้ำยาเคลือบขดลวดคือตัวบ่งชี้ชัดเจนว่าฉนวนไฟฟ้าของสายไฟหรือเบรกเกอร์กำลังเริ่มหลอมละลายเนื่องจากความร้อนสะสม รวมถึงการสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาจากบานประตูตู้ไฟแม้จะไม่ได้เปิดตู้ออกมาดูก็ตาม
การเปลี่ยนสีของเปลือกฉนวนสายไฟ
เมื่อโลหะตัวนำภายในเกิดความร้อนสูงเป็นเวลานาน ความร้อนนั้นจะส่งผ่านออกมายังเปลือกฉนวนพีวีซีด้านนอก ทำให้ฉนวนเกิดการเปลี่ยนสี เช่น จากสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีของสายไฟเริ่มซีดจางและกรอบแตก ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับปัญหาจุดต่อหลวมในตู้ไฟเกิดจากอะไรที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข
เช็คลิสต์บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ต้องทำเทอร์โมสแกนทุกเดือน
การทำ PM ประจำปีอาจไม่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์บางชนิดที่รับโหลดหนักตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง โรงงานอุตสาหกรรมจึงควรจัดกลุ่มบริภัณฑ์เหล่านี้ให้อยู่ในแผนการสแกนความร้อนรายเดือน
- เซอร์กิตเบรกเกอร์ประธาน (Main Breaker) และบัสบาร์ส่งกำลัง: เนื่องจากเป็นจุดแรกรับกระแสไฟฟ้าทั้งหมดของโรงงาน หากเกิดความบกพร่องจะส่งผลให้ระบบไฟดับทั้งหมดทันที
- ขั้วต่อสายไฟของมอเตอร์ขนาดใหญ่ และชุดควบคุม Inverter: อุปกรณ์กลุ่มนี้มีการกระชากของกระแสไฟฟ้าสูงในช่วงสตาร์ทเครื่องจักร ทำให้เกิดการยืดขยายตัวของโลหะบ่อยครั้งและเสี่ยงต่อการหลวม
- ตู้แคปแบงค์ (Capacitor Bank): เป็นอุปกรณ์ที่มีความร้อนเกิดขึ้นสูงตามธรรมชาติจากการทำหน้าที่ชดเชยกำลังไฟฟ้า และมีโอกาสเสี่ยงที่ตัวเก็บประจุจะบวมหรือระเบิดได้ง่ายที่สุดหากระบบระบายอากาศภายในตู้บกพร่อง ซึ่งปัญหานี้สามารถตรวจพบได้ทันทีหากบรรจุอยู่ในขั้นตอนการบำรุงรักษาตู้ mdb ประจำเดือน
การบันทึกภาพถ่ายความร้อนอย่างต่อเนื่องทุกเดือน จะช่วยให้วิศวกรสามารถเปรียบเทียบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ และจัดทำเป็น คู่มือการวิเคราะห์ความร้อนสะสมในระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยกล้องอินฟราเรด สำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกได้อย่างแม่นยำ
ตรวจจับความเสี่ยงระบบไฟฟ้าโรงงานอย่างแม่นยำกับ NCW Electric
หยุดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุระเบิดและอัคคีภัยในสถานประกอบการของคุณ ด้วยบริการตรวจสอบความร้อนระบบไฟฟ้ารายเดือนจาก บริษัท เอ็น ซี ดับบลิว อิเลคทริค จำกัด (NCW Electric) เราคือผู้เชี่ยวชาญด้าน งาน pm ระบบไฟฟ้า ที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำในเขตฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระบุรี
ทีมวิศวกรของ NCW Electric พร้อมเข้าดำเนินการสแกนความร้อนบริภัณฑ์ไฟฟ้าวิกฤตด้วยกล้องอินฟราเรดที่มีความละเอียดสูง วิเคราะห์ผลอย่างแม่นยำตามหลักวิศวกรรมควบคุม เพื่อชี้เป้าจุดเสี่ยงอันตรายให้คุณแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้าง เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับโรงงานของคุณ เลือก NCW Electric เป็นพันธมิตรดูแลระบบพลังงานวันนี้



