Skip to main content
วิธีคำนวณงบประมาณ Preventive Maintenance ระบบไฟฟ้าเพื่อเสนออนุมัติผู้บริหาร

ความท้าทายสำคัญของฝ่ายบำรุงรักษาและวิศวกรโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อถึงรอบปีงบประมาณ คือการนำเสนองบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาเชิงป้องกันระบบไฟฟ้า ต่อฝ่ายบริหารและผู้จัดการฝ่ายการเงิน ผู้บริหารส่วนใหญ่มักมองว่าค่าใช้จ่ายในการดับไฟทำ PM ระบบไฟเป็น ต้นทุนจม หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สร้างผลกำไรโดยตรง การนำเสนอตัวเลขงบประมาณเพียงอย่างเดียวจึงมักถูกปรับลดงบลง การเปลี่ยนมุมมองจากการมองเป็นรายจ่าย ให้กลายเป็นการเสนอแผนคุ้มครองสินทรัพย์และการลงทุนที่คุ้มค่า จึงต้องอาศัยการคำนวณผลตอบแทนเชิงตัวเลขที่ชัดเจนและมีหลักการทางวิศวกรรมการเงินรองรับ

1. การคำนวณมูลค่าความเสี่ยงและความเสียหายจากไฟดับ (Cost of Downtime)

จุดเริ่มต้นในการตั้งงบประมาณ คือการคำนวณให้ผู้บริหารเห็นตัวเลขความเสียหายจริง หากเกิดเหตุระบบไฟฟ้าขัดข้องกะทันหัน หรือ Downtime Loss

สมการคำนวณมูลค่าความเสียหายต่อชั่วโมง คิดจาก ผลรวมของมูลค่าสินค้าที่สูญเสียในสายการผลิต ค่าแรงพนักงานที่ต้องหยุดชะงัก ค่าเสียหายจากวัตถุดิบหลอมละลายหรือเสียสภาพ และค่าปรับจากการส่งมอบสินค้าล่าช้า ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตที่มีมูลค่าการผลิตชั่วโมงละสองแสนบาท หากเบรกเกอร์หลักระเบิดชำรุดจนต้องหยุดผลิตนานแปดชั่วโมง มูลค่าความเสียหายรวมจะสูงถึงหนึ่งล้านหกแสนบาททันที เมื่อนำตัวเลขความเสียหายนี้ไปเปรียบเทียบกับค่าเบี้ยบำรุงรักษาประจำปี ผู้บริหารจะเห็นภาพความคุ้มค่าของการตั้งงบประมาณเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างชัดเจน

2. โครงสร้างการจัดทำงบประมาณ PM ระบบไฟฟ้าอย่างครอบคลุม

การจัดทำงบประมาณเพื่อเสนออนุมัติ ต้องแยกแยะหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายให้มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ค่าบริการตรวจเช็กและทดสอบทางวิศวกรรม

เป็นงบประมาณค่าว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาทำการดับไฟทำความสะอาด ตรวจวัดค่าความต้านทานฉนวน ทดสอบการทำงานของเบรกเกอร์ และทำสแกนความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรด โดยควรอ้างอิงเนื้องานจาก ขอบเขตงาน (TOR) ตรวจเช็กตู้ MDB และเบรกเกอร์ ACB ประจำปีที่โรงงานควรรู้ก่อนจ้าง เพื่อให้ได้ตัวเลขงบประมาณที่ตรงตามมาตรฐานสากลและไม่มีงบบานปลาย

งบประมาณสำรองสำหรับเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเสื่อมสภาพ

การตั้งงบประมาณควรรวมค่าอะไหล่เสื่อมสภาพที่มีกำหนดต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน เช่น ฟิวส์แรงสูง สารไดอิเล็กทริก คาปาซิเตอร์ หรือแบตเตอรี่ตู้ควบคุม การจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ฝ่ายบำรุงรักษาสามารถดำเนินการเปลี่ยนอะไหล่ได้ทันทีเมื่อตรวจพบความชำรุดจากการทำ PM โดยไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องขออนุมัติใหม่

3. การเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนและการเลือกรูปแบบสัญญา

เพื่อความสมบูรณ์แบบในการนำเสนอ ต้องนำเสนอมุมมองเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างรูปแบบการว่าจ้างว่าควรเลือกทำสัญญาแบบใด

วิศวกรผู้เสนองบประมาณควรแสดงผลวิเคราะห์เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจาก สิ่งที่โรงงานจะได้รับจากสัญญาบริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าประจำปี (PM Annual Contract) เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและการให้คำปรึกษาฟรี ควบคู่ไปกับการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเรื่อง เปรียบเทียบสัญญาบริการ PM ระบบไฟฟ้าโรงงานรายปี (SLA) กับการเรียกซ่อมรายครั้ง แบบไหนคุ้มกว่า? เพื่อชี้ให้ผู้บริหารเห็นว่าการทำสัญญาบริการรายปีช่วยประหยัดงบประมาณรวมได้มากกว่าการเรียกซ่อมรายครั้งถึงสิบห้าถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังช่วยล็อกราคาค่าบริการไม่ให้ปรับขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อตลอดอายุสัญญา

บริการที่ปรึกษาและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโรงงาน โดย NCW Electric

ช่วยให้การเสนองบประมาณบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าของคุณเป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการให้คำปรึกษา ออกแบบขอบเขตงาน และจัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันจาก บริษัท เอ็น ซี ดับบลิว อิเลคทริค จำกัด (NCW Electric) เราพร้อมช่วยฝ่ายบำรุงรักษาและฝ่ายจัดซื้อในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระบุรี ในการประเมินสภาพระบบไฟฟ้า คำนวณงบประมาณอย่างสมเหตุสมผล และจัดทำข้อเสนอโครงการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ารายปีที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ดำเนินการโดยทีมสามัญวิศวกรไฟฟ้าวิชาชีพ ติดต่อ NCW Electric เพื่อรับเอกสารประเมินงบประมาณหน้างานได้วันนี้ https://ncwelectric.com/



ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply