Skip to main content
เปิดโครงสร้างราคาค่าบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าประจำปี วางงบอย่างไรให้คุ้มค่า

สำหรับฝ่ายบริหารและฝ่ายจัดซื้อในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากการดูแลให้ระบบการผลิตเดินหน้าได้อย่างราบรื่นแล้ว “การบริหารงบประมาณ” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องคิดคำนวณอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเสี่ยงด้านระบบไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น การวางแผนทำ Preventive Maintenance (PM) จึงเป็นเรื่องที่ต้องบรรจุไว้ในแผนงบประมาณประจำปี แต่หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ราคาค่าบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และงบประมาณในการตรวจเช็คระบบไฟฟ้ารวมภายในโรงงานมีโครงสร้างอย่างไร? และจะเปรียบเทียบราคาอย่างไรให้ได้บริการที่ได้มาตรฐานวิศวกรรมและคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไปมากที่สุด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกัน

เจาะลึกปัจจัยที่มีผลต่อราคาค่าบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และระบบไฟฟ้า

ราคาในการให้บริการ PM และตรวจสอบระบบไฟฟ้านั้นไม่มีราคาตายตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับหน้างานและขนาดของระบบไฟฟ้าในแต่ละสถานประกอบการ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคิดราคา มีดังนี้

  • ขนาดและจำนวนของหม้อแปลงไฟฟ้า (kVA): ขนาดของหม้อแปลง ( เช่น 500 kVA, 1000 kVA, 2500 kVA) และประเภทของหม้อแปลง (แบบน้ำมัน หรือ Dry Type) รวมถึงจำนวนเครื่องในโรงงาน จะเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำมันที่ต้องทดสอบและขอบเขตความยากง่ายในการทำงาน
  • จำนวนตู้ MDB และจุดที่ต้องทำ Thermoscan: ยิ่งโรงงานมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีตู้ไฟประจำชั้น (DB) หรือตู้ควบคุมย่อยจำนวนมาก ค่าบริการจะแปรผันตามจำนวนจุดและชั่วโมงการทำงานของวิศวกรในการสแกนความร้อน
  • ประเภทของขอบเขตงาน (Scope of Work): เป็นการตรวจเช็คสภาพทั่วไป หรือเป็นการทดสอบเชิงลึก (เช่น การกรองน้ำมันหม้อแปลง, การทดสอบการทริปของ ACB เบรกเกอร์ขนาดใหญ่) ยิ่งขอบเขตงานละเอียดและต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ราคาก็จะปรับตามความเหมาะสม
  • ระยะทางและพื้นที่ให้บริการ: การเลือกผู้ให้บริการที่มีทีมงานประจำอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลัก เช่น ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี หรือสระบุรี จะช่วยลดต้นทุนค่าเดินทางและค่าขนส่งเครื่องมือหนัก ทำให้โรงงานได้ราคาที่ประหยัดกว่าการจ้างบริษัทที่อยู่ไกลออกไป

ทำไมการจ่ายเพื่อทำ PM เชิงรุก ถึงประหยัดกว่าการรอให้ระบบพัง?

ผู้บริหารหลายท่านอาจมองว่างาน PM เป็นค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน แต่ในทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม การลงทุนกับการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และระบบไฟฟ้ารอบด้านล่วงหน้าก่อนเข้าหน้าฝน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับแบบ “Reactive” หรือรอให้พังแล้วค่อยซ่อม

  1. ลดค่าซ่อมแซมมหาศาล: ค่าบริการ PM หม้อแปลงและตู้ MDB อยู่ในหลักหมื่น แต่หากหม้อแปลงระเบิดหรือตู้ควบคุมหลักช็อตเสียหาย ค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่อาจพุ่งสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท
  2. ป้องกันความเสียหายจากไลน์ผลิตหยุดชะงัก (Downtime): สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ทุกนาทีที่ไฟดับหมายถึงมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจ การจ่ายค่า PM เพื่อแลกกับการที่โรงงานสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงในช่วงหน้าฝน จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสูงสุด

คุ้มค่า ปลอดภัย ได้มาตรฐานวิศวกรรม เลือก NCW Electric

วางแผนงบประมาณความปลอดภัยระบบไฟฟ้าโรงงานของคุณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส เลือกใช้บริการจาก บริษัท เอ็น ซี ดับบลิว อิเลคทริค จำกัด (NCW Electric) เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และงาน PM ระบบไฟฟ้าโรงงานครบวงจร ที่ผู้ประกอบการในเขตฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระบุรี ให้ความไว้วางใจ

NCW Electric พร้อมเสนอราคาค่าบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าราคาที่สมเหตุสมผลตามหน้างานจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ดำเนินงานโดยทีมวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตถูกต้อง พร้อมเครื่องมือวัดที่ผ่านการ Calibration ตามมาตรฐานสากล เรามุ่งมั่นส่งมอบบริการที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อปกป้องโรงงานของคุณจากภัยเงียบในหน้าฝน พร้อมออกเล่มรายงานที่ถูกต้องเพื่อยื่นหน่วยงานราชการได้อย่างราบรื่น สนใจประเมินราคางบประมาณหรือวางแผนงาน PM ติดต่อหาทีมงานของ NCW Electric ได้วันนี้เลย



ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply