Skip to main content
เครื่องจักรหยุดทำงานเองบ่อย ๆ? วิธีตรวจสอบกระแสไฟฟ้าเกินและไฟกะพริบในไลน์ผลิต

ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน เครื่องจักรส่วนใหญ่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแม่นยำสูง ทว่าความสมบูรณ์แบบนี้มักต้องแลกมาด้วยความไวต่อสิ่งเจือปนในระบบจ่ายกำลังไฟฟ้า ปัญหายอดฮิตที่สร้างความปวดหัวให้กับทีมวิศวกรบำรุงรักษาคือ การที่อยู่ดี ๆ เครื่องจักรหยุดทำงานเองบ่อย ๆ โดยหาสาเหตุภายนอกไม่พบ ปรากฏการณ์นี้มักเกิดจากปัญหาคุณภาพไฟฟ้าภายในสถานประกอบการเอง ซึ่งแนวทางการสืบค้นและตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ จะช่วยชี้เป้าตัวการที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงักซ้ำซาก

สาเหตุหลักทางไฟฟ้าที่ทำให้เครื่องจักรหยุดทำงานกะทันหัน

การทริปหรือหยุดทำงานเองของระบบควบคุมอัตโนมัติ (PLC) หรือชุดขับมอเตอร์ (Drive) มักมีต้นตอมาจากสองปรากฏการณ์หลักที่เกี่ยวเนื่องกัน

สภาวะกระแสไฟฟ้าเกินชั่วขณะ (Overcurrent Transient)

เมื่อเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น มอเตอร์ปั๊มน้ำ หรือคอมเพรสเซอร์แอร์ สตาร์ทตัวทำงาน จะมีการดึงกระแสไฟฟ้าเริ่มต้นสูงกว่าปกติหลายเท่าตัว หากการคำนวณพิกัดอุปกรณ์ป้องกันหรือการจัดแบ่งวงจรไฟฟ้าทำไว้ไม่ดีพอ กระแสไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นนี้จะไปรบกวนวงจรข้างเคียง ทำให้อุปกรณ์ควบคุมรับรู้ว่าเป็นสภาวะอันตรายและสั่งหยุดทำงานทันที

ปัญหาไฟกะพริบหรือแรงดันตกชั่วฉับพลัน (Voltage Sag)

ไฟกะพริบคือเหตุการณ์ที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงกว่าพิกัดปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่มิลลิวินาที ซึ่งมนุษย์อาจสังเกตเห็นเพียงแสงไฟในโรงงานหรี่ลงแวบเดียว แต่สำหรับบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องจักร ช่วงเวลาสั้น ๆ ดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้ระบบมองว่าไม่มีการจ่ายไฟเข้ามา และสั่งชัตดาวน์เครื่องจักรในไลน์ผลิตทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย

วิธีตรวจสอบและการใช้เครื่องมือวัดวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพไฟ

การแก้ปัญหาเครื่องจักรหยุดทำงานกะทันหันจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเดาสุ่มมาเป็นการเก็บสถิติและวัดค่าทางวิศวกรรม

การติดตั้งเครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้า (Power Quality Analyzer)

ขั้นตอนสำคัญในการสืบค้นคือ การนำเครื่องวัดคุณภาพไฟฟ้าขั้นสูงเข้าไปติดตั้งตรงจุดแยกจ่ายกระแสไฟหลักหรือตู้ควบคุมย่อยของไลน์ผลิตที่มีปัญหา เครื่องมือนี้จะคอยบันทึกรูปคลื่นแรงดันและกระแสไฟฟ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อตรวจจับว่าในช่วงจังหวะที่เครื่องจักรทริปนั้น มีเหตุการณ์ไฟตกชั่วขณะหรือเกิดกระแสเกินระลอกใหญ่ขึ้นในระบบหรือไม่ ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะถูกวิเคราะห์ควบรวมอยู่ในรายงาน ไฟตก ไฟกระชาก ฮาร์มอนิก ปัญหาใหญ่ของ ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และวิธีป้องกัน เพื่อใช้วางแผนปรับปรุงโครงสร้างการจ่ายกำลังไฟภาพรวม

การประเมินสภาพระบบคาปาซิเตอร์แบงค์

หลายครั้งที่ปัญหาไฟกะพริบเกิดจากการที่ระบบไม่สามารถชดเชยกำลังไฟฟ้าเสมือนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเครื่องจักรใหญ่ทำงาน ทีมงานจึงต้องศึกษาวิธีตรวจเช็ค Capacitor Bank เพื่อประหยัดค่าปรับเพาเวอร์แฟกเตอร์ (PF) และยืดอายุตู้ควบคุมไฟฟ้า เนื่องจากคาปาซิเตอร์ที่เสื่อมสภาพจะไม่สามารถช่วยพยุงแรงดันไฟฟ้าในจังหวะที่โหลดพุ่งสูงได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาไฟตกภายในโรงงานตามมานั่นเอง

ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาไฟฟ้าในไลน์ผลิตอย่างแม่นยำกับ NCW Electric

การค้นหาต้นตอปัญหาเครื่องจักรหยุดทำงานเองจำเป็นต้องอาศัยวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านคุณภาพไฟฟ้าโดยตรง บริษัท เอ็น ซี ดับบลิว อิเลคทริค จำกัด (NCW Electric) พร้อมเข้าช่วยเหลือสถานประกอบการของคุณด้วยบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าเชิงลึก ทีมวิศวกรของเราพร้อมด้วยเครื่องมือ Power Quality Analyzer ที่ทันสมัย จะเข้าตรวจวัดและชี้เป้าปัญหากระแสเกินและไฟกะพริบในนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระบุรี อย่างแม่นยำ ช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ลดอัตราการเกิด Downtime และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างยั่งยืน ร่วมวางแผนปรับปรุงระบบไฟฟ้ากับ NCW Electric ได้วันนี้



ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply